เรียนรู้จากกันและกัน

P1160763

การอยู่ร่วมกัน ระหว่างเพื่อนร่วมงาน  เพื่อนร่วมองค์กร

เืพื่อให้มีบรรยากาศที่ราบรื่นที่สุด ควรตั้งจิตไว้ว่า

ทั้งเราและเขา มีทั้งข้อดีและข้อบกพร่อง

สำหรับข้อบกพร่อง ต่างฝ่ายก็ต่างอดทนไม่ีน้อยไปกว่ากัน

สำหรับข้อดี ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์จากกันและกันด้วยเช่นกัน

จึงไม่มีได้ดังใจล้วน ไม่มีขัดอกขัดใจล้วน

เราเรียนรู้จากความบกพร่องของกันก็ได้

ในแง่ของการฝึกความอดทน 

การเห็นแบบอย่างที่ไม่น่าเอาอย่าง หรือแม้กระทั่งความเมตตากรุณา

สำหรับข้อดี นอกจากที่เราได้รับประโยชน์โดยตรง

ตามฐานะที่เกี่ยวข้องกันแล้ว

เรายังมีโอกาสหัดให้เกิดมุทิตาจิต หรือการพลอยชื่นชมยินดี

ในความดีความสามารถ และได้เห็นแบบอย่างที่น่าเอาอย่างจากเขามาพัฒนาตนเอง

Posted in Uncategorized | Leave a comment

รู้หมดแต่อดไม่ได้

a1

มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพท่วมท้น ในการคิดเรื่องที่ดีงามและฉลาดในการ

ใช้เหตุผลเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างสรรค์พัฒนาด้วยกันทั้งนั้น

แทบจะไม่ต้องให้ใครมาสอนหรือแนะนำเลย

นี่คงเป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนถึงความเป็นสัตว์ประเสริฐของมนุษย์

แต่อย่างไรก็ตาม มนุษย์เป็นอันมาก ก็ยังอุตส่าห์สร้างเหตุแห่งทุกข์ขึ้นมาเบียดเบียนตน 

หรือสร้างความเดือดร้อนขึ้นมาเบียดเบียนผู้อื่นอย่างไม่ว่างเว้น

ดูเหมือนปัญหาไม่ใช่เรื่องของความรู้เลย ปัญหาคือมนุษย์เหล่านั้น

ยังขาดความเป็นปกติของกายวาจาที่มีศีลเป็นกรอบ หรือมีก็น้อยเท่าน้อย

และยังขาดความเป็นปกติของใจที่มีสติคุ้มครอง หรือมีก็วิ่นๆ แหว่งๆ

ศีลและสติ เปรียบเหมือนผืนดินอันอุดม เหมือนน้ำและแสงแดด

ที่รอให้มนุษย์แต่ละคนลงมือปลูกเมล็ดพันธุ์ที่วิเศษ

ซึ่งถูกเก็บซ่อนอยู่ในจิตใจของแต่ละคนลงไป  เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ได้เจริญงอกงาม

แล้วผลิผลออกมาเป็นความเมตตาการุณย์ และศักยภาพอันพรั่งพร้อม

ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลทั้งแก่ตนเองทั้งแก่ผู้อื่น โดยส่วนเดียว

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment

ประโยชน์ท่าน กับ ประโยชน์ตน

e0b89ee0b8b7e0b989e0b899e0b8abe0b8a5e0b8b1e0b887e0b995.jpg

สวัสดิภาพส่วนสังคม คือสวัสดิภาพส่วนตน

เมื่อสังคมอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ เมื่อสังคมมีปัญหา

เราก็ต้องได้รับผลกระทบ ไม่มากก็น้อย

ในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข

อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่า เขาจะไม่เบียดเบียนเรา

ไม่เบียดเบียนคนที่เรารัก ไม่สร้างปัญหาให้กับสังคม

ที่เราอยู่อาศัย เหตุผลเท่านี้ ก็เพียงพอแล้ว ที่เราต้องให้ความเมตตา

เห็นอกเห็นใจ และช่วยเหลือผู้อื่น

Posted in Uncategorized | Leave a comment

ทักษะประจำชีวิต

ac                      

เข้าใจและยอมรับความแตกต่าง   เพราะสิ่งที่เราไม่อยากให้เป็น มีมากกว่าสิ่งที่เราอยากให้เป็น  เรา                                                             ต้องเจอ สิ่งที่ไม่ได้ดังใจมากกว่า สิ่งที่ได้ดังใจ

รู้ืทันโลกธรรมที่กำลังเผชิญ  เพื่อจะได้ไม่หวั่นไหวหรือฟูแฟบเกินไป จนจิตเสียศูนย์   ขาดดุลยภาพ

บริหารความโกรธ    เพราะโลกมีสิ่งที่พร้อมจะกระตุ้นให้เราโกรธเกลียดได้เสมอ

รู้จักให้อภัยผู้อื่น   เพราะผู้อื่นยังไม่ใช่มนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

รู้จักให้อภัยตน = เพราะเรายังไม่ใช่มนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

มีมากกว่าที่คิด

bb1.jpg

เมื่อเผชิญทุกขเวทนาทางกายอย่างหนักหนาต่อเนื่อง

ก็จะเห็นคุณค่าของอุเบกขาเวทนา ที่เคยรู้สึกว่าจืดชืดน่าเบื่อหน่าย

เมื่่อเห็นผู้คนที่โชคร้ายหลายอย่าง ก็จะเห็นความโชคดีมากมายของตนที่เคยมองข้าม

เมื่อเห็นคนทีแร้นแค้นแสนสาหัส  ก็จะเห็นว่าตนยังมีมากพอจนอาจแบ่งปัน

เมื่อเห็นคนที่โดดเดี่ยวเดี่ยวดาย ก็จะรู้สึกชื้นใจที่ยังพอมีคนรอบข้าง

Posted in Uncategorized | Leave a comment

มายาแห่งความคิด มายาแห่งกิเลส

aw

บุรุษผู้หนึ่งออกเดินทาง เพื่อตามกำจัดศัตรูผู้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของตน

เขาเดินทางมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ได้พบเงาของศัตรู ที่สะท้อนภาพออกมา

ในกระจกเงาหลายร้อยหลายหมื่น หลายแสนอัน….จนนับไม่ถ้วน

บุรุษผู้นั้นเข้าใจผิดคิดว่าภาพที่สะท้อนในกระจกเงา คือ ศัตรูตัวจริง ไม่ทันได้คิดอะไร รีบวิ่งถลันเข้าไป

ทุบทำลายกระจกด้วยความโกรธแค้น เขาทุบกระจกแตกกระจาย

อันแล้วอันเล่า เสียจนเหนื่อยอ่อน ก็ยังไม่สามารถทำอะไรศัตรูได้

เพราะตัวศัตรูที่แท้จริงของเขา ซ่อนตัวอยู่ ณ อีกมุมหนึ่ง

ความคิดปรุงแต่งที่พาให้โกรธ เศร้า เหงา เกลียด รัก โลภ ไม่ต่างอะไร กับภาพสะ้ท้อนบน

กระจกเงา โดยมีที่มาจากเจ้าของเงา คือ กิเลส ที่ซ่อนอยู่ที่จิต

การติดตาม การต่อเติม และการต่อต้าน ความคิดปรุงแต่ง

ก็เปรียบเหมือน การที่บุรุษผู้นั้น เที่ยววิ่งไล่ทุบเงาของศัตรูในกระจก แต่ศัตรูที่แท้จริงไม่ได้ถูกจำกัด

ทุบทำลายเงาในกระจกนี้ ภาพเงาในกระจกอื่นๆ ก็ยังปรากฏขึ้นมาเรื่อย

จนกว่าจะค้นพบหรือรู้จักต้นตอที่มาแห่งเงา คือ กิเลส ที่ซ่อนอยู่ที่ จิต

จึงจะไม่หลงวิ่งไปทุบเงาในกระจก

และไม่ต้องเหนื่อยกับการไล่ทุบทำลายเงาในกระจกอีกต่อไป

Posted in Uncategorized | Leave a comment

ทิ้งความมืดไว้เบื้องหลัง

ทิ้งความมืดไว้เบื้องหลัง

พระพุทธองค์ทรงจำแนกประเภทชีวิตไว้ ๔ แบบ

ตโม  ตมปรายโน  =  มืดมา  มืดไป

โชติ  ตมปรายโน  =  สว่างมา  มืดไป

ตโม  โชติปรายโน  = มืดมา  สว่างไป

โชติ  โชติปรายโน = สว่างมา  สว่างไป

ชีวิต หากจะมืดมาแล้ว ก็ขอจงสว่างไปข้างหน้า

หรือหากสว่างมาแล้ว ก็พยายามอย่าปล่อยให้ความมืดเข้าครอบงำ

หากจะให้ปลอดภัยแท้จริง ก็จงอาศัยธรรมะคำสอนของพระพุทธองค์

เป็นเครื่องดำเนินไปสู่ความสว่างอันถาวรเถิด

Image | Posted on by | Leave a comment